Ming-Chi Kuo เผย 5 แนวทางที่ Apple จะใช้เพื่อลดผลกระทบ การขึ้นกำแพงภาษีของ Trump ที่มีโอกาสทำให้ Apple มีต้นทุนเพิ่มขึ้น
5 แนวทางที่ Apple “จะลดผลกระทบ” จากนโยบายกำแพงภาษีของ Trump
Trump ประกาศนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าหลายประเทศ เช่น เวียดนาม ไทย จีน ไต้หวัน อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และยุโรป ซึ่งหลายประเทศเป็นแหล่ง “Supply Chain” ที่ผลิตชิ้นส่วน ส่งมอบชิ้นส่วน ประกอบสินค้าของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายเจ้าในสหรัฐฯ
Kuo ได้เผย 5 แนวทางที่ Apple จะสามารถลดผลกระทบจากนโยบายการขึ้นกำแพงภาษีสหรัฐฯ จากกลุ่มประเทศ Supply Chin ได้ดังนี้
- เพิ่มกำลังการผลิต iPhone ในอินเดีย Kuo เผยว่าหากอินเดียสามารถทำข้อตกลงการยกเว้นภาษีกับสหรัฐฯ ผ่านข้อตกลงใหม่ได้, Apple ก็จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิต iPhone ในอินเดียให้มีสัดส่วนเป็น 30% จากทั้งหมด ทำให้ผลกระทบในแง่อัตรากำไร อาจลดลงเพียง 1-3%
- ขึ้นราคา iPhone Apple สามารถขึ้นราคา iPhone รุ่น Pro ในตลาดสหรัฐฯ, โดย Kuo เผยว่า iPhone รุ่น High-end นั้นมีสัดส่วนการขายอยู่ที่ 65-70% ของยอดขายรุ่นใหม่ และเชื่อว่า “ลูกค้ากลุ่ม High-end จะรับได้หากราคาสูงขึ้น” ดังนั้น Apple อาจขึ้นราคารุ่น Pro, Pro Max ได้ถ้าจำเป็น
- Apple อาจสนับสนุนตัวแทนจำหน่าย เครือข่ายมือถือ สำหรับการโปรโมท iPhone มากขึ้น
- Apple อาจปรับลดมูลค่าการ Trade-in เพื่อชดเชยต้นทุนด้านภาษีที่เพิ่มขึ้น
- Apple อาจกดดันให้ Supply Chain ลดต้นทุนให้มากขึ้น ..
Apple มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 46% ในปี 2024, ซึ่งบ่งบอกถึงเปอร์เซ็นต์ของเงินที่ได้จากการขายผลิตภัณฑ์เช่น iPhone ที่หักต้นทุนออกแล้ว โดย Kuo เชื่อว่า แม้กำไรขั้นต้นของ Apple จะลดลงตำ่กว่า 40% แต่จะเป็นช่วงสั้น ๆ เท่านั้น
ราคาหุ้น Apple ตกลงไปเกิน 9% หลังจาก Trump ประกาศนโยบายขึ้นกำแพงภาษี ซึ่งต้องรอดูว่า Apple จะจัดการและเดินหน้าในเรื่องนี้อย่างไร
ที่มา: MacRumors