ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาษขึ้นภาษี ทำให้ Samsung ที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ ต้องปรับราคาหน่วยความจำขึ้น 5% สถานการณ์ดังกล่าว เพิ่มความท้าทายให้กับผู้ผลิตรายอื่นเช่นกัน อาจส่งผลให้ราคาของอุปกรณ์ไอทีหลายแบรนด์ในอนาคตมีราคาสูงขึ้น
ทรัมป์ขึ้นภาษี บีบให้ Samsung ต้องปรับราคาหน่วยความจำขึ้น 5%
ภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศใช้เมื่อวานนี้ ได้สร้างความตกตะลึงให้กับตลาดการเงินทั่วโลก อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะสั่นคลอนห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และอาจจุดชนวนสงครามการค้า ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก
แม้ว่าเซมิคอนดักเตอร์จะได้รับการยกเว้นจากภาษีในระยะแรก แต่ก็ยังมีความกังวลว่าอาจมีการเก็บภาษีกับชิปเหล่านี้ในอนาคตผ่านมาตรการเฉพาะทาง เพื่อรับมือกับความเสี่ยงนี้ Samsung จึงได้ปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ DRAM และ NAND flash สูงสุดถึง 5% ล่วงหน้า
Samsung ร่วมวงผู้ผลิตรายอื่น ปรับขึ้นราคาชิปหน่วยความจำหลัก
ตลอดช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Samsung ไม่ค่อยเต็มใจที่จะปรับขึ้นราคาของหน่วยความจำ DRAM และ NAND flash เนื่องจากตลาดยังคงเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาด อีกทั้งผู้ผลิตหน่วยความจำจากจีนยังเข้ามาท่วมตลาดด้วยผลิตภัณฑ์รุ่นเก่าที่มีราคาถูกกว่า บางครั้งถูกกว่าผลิตภัณฑ์ของ Samsung ถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ด้วยความกังวลเรื่องภาษีที่อาจเกิดขึ้น ลูกค้าในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จึงเริ่มกักตุนชิปไว้ล่วงหน้าเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาษี ขณะเดียวกัน การพัฒนาอย่างรวดเร็วของAI ก็ได้ส่งผลให้ความต้องการชิปพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในประเทศจีน
ล่าสุดมีรายงานว่า Samsung Electronics ได้ปรับขึ้นราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND flash อยู่ในช่วง 3-5% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่อื่น ๆ อย่าง Micron ซึ่งเป็นคู่แข่งของซัมซุงก็ได้ประกาศขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ไปแล้วเช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่า ราคาชิปอาจปรับตัวสูงขึ้นอีกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หากมีการใช้มาตรการภาษีเฉพาะทางกับเซมิคอนดักเตอร์ ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตหน่วยความจำก็ได้ลดปริมาณการผลิตลง ซึ่งปัจจัยนี้ก็น่าจะส่งผลให้ราคาอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ สูงขึ้นเพิ่มเติมเช่นกัน เหตุการณ์จะดำเนินไปอย่างไร ต้องรอติดตาม หากมีความคืบหน้าจะรีบอัปเดตครับ
ที่มมา: sammobile